วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประสบการณ์ปวดส้นเท้าของหญิงมีครรภ์และวิธีการรักษา

ความจริงเรื่องนี้เขียนไว้แล้ว แต่ เอามาปัดฝุ่นใหม่หลังจากเล่าเรื่อง “แกล้งคนไข้ เธอเป็นคุณนายจะบาปมั๊ยนี่” แทรงคิวไปก่อน  พอดีมันฮาจับใจ คุณนายบ้านอก อิ อิ  เรื่องนี้ก็เลยเอามาปัดฝุ่นขึ้นหัวเรื่องใหม่ ให้เข้ากับบรรยากาศซะหน่อย  โรคนี้ชลัญเคยเป็นมาแล้ว  จะบอกว่าทรมานสุดๆ  ที่เป็นคือตอนท้อง นน.ขึ้น 24 กก.ลูกคลอดมา เป็นไอ้หมวยน้อยไจ่ไจ๋ นน. 3360 กรัม   ที่เหลือน่ะแม่  ทุกวันนี้ยังไม่ไปไหนมาไหน   พอ นน.ขึ้นมากๆ   ปรากฏว่ามีอาการปวดส้นเท้าตอนแรก ก็เป็นแค่ข้างเดียว  ตอนหลังนี่ 2 ข้าง  เรียกว่าทั้งท้อง  นน.มากอุ้ยอ้ายอยู่แล้ว  ยังจะปวดเท้าเดินลำบาก ว๊าย แทบจะเอาไอ้หมวยน้อยออกก่อนกำหนดทีเดียว  อาการเจ็บมันจะเจ็บมากหลังจากก้าวแรกที่ตื่นนอน  หรือลุกจากเก้าอี้  ปวดแบบไม่อยากจะก้าวต่อ  แต่พอทนก้าวต่อ อาการกับดีขึ้น ปวดบ้างแต่ไม่มาก ลองเอามือกดที่ส้นเท้านี่มีจุดกดเจ็บด้วย  พอดีมีคุณหมอที่ รพ.เป็นหมอกระดูก  ปรึกษาท่านก็ให้กินยาแก้ปวดก่อนอันดับแรก  ตอนหลังยังปวดมากกว่าเดิม  ก็เลยฉีดยาเข้าส้นเท้า  หลังจากฉีดปวดมากกว่าเดิมแบบเดินไม่ได้ อยู่ 2 วัน หลังจากนั้นปวดเป็นปลิดทิ้ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่ดีอยู่สัก 3 เดือน เริมปวดใหม่อีกแล้ว เอาล่ะซิ หมอพิมายไม่เจ็งแล้วอ่ะ  ต้องไปมหาราช  บอกเหมือนกัน  รอให้คลอดเดี๋ยวหาย  แล้วคุณหมอก็ขอดูรองเท้า อ๊ายอาย   ราคา 299 บาท  หมอบอก 

“ขอร้องเถอะครับ  ไม่ทราบเศรษฐกิจฝืดเคืองหรือเปล่าถ้าไม่ลำบากเกินไปกรุณาใส่รองเท้าที่มัน support เท้า หน่อยครับ ใส่แบบนี้ไม่หายหรอก”

ปริ๊ดขึ้นสมอง กะอีแค่รองเท้าดีๆ ทำไมจะไม่มีปัญญาซื้อ แต่ว่า เสียดายตังค์ สะใภ้จีนน่ะเหนียวกว่าจีนอีก  บอกคุณป๊าไปเลย the mall ซื้อรองเท้าดี ๆ มันจะคู่เท่าไรกันเชียว ไปเดินๆดู  ลงตัวที่ ดอทมุนน์  คู่ละ 3800+ ซื้อขาว-ดำ และรองเท้าแตะอีก 1 คู่  2500+ เรียกว่าหมดค่ารองเท้าไปเป็นหมื่นในวันนั้น  ซะใจ  แหม! พอใส่แล้วมันช่างแตกต่างจากรองเท้า 299 เสียนี่กระไร  รู้งี้ซื้อมาตั้งนานแล้ว  ไม่ให้หมอมามองเท้าแบบดูถูกแน่  จากนั้นอาการปวดลดลง แต่พอท้องแก่มากขึ้นรองเท้า 3000+ ก็เอาไม่อยู่  ต้องฉีดยาอีกรอบ  คราวนี้การอักเสบมาก ไม่หาย  ต้องกายภาพควบไป  ทรมานมาก โอ๊ยมีลูกคนเดียวนี่มันคือลำบากแท้  นึกถึงค่าน้ำนมขึ้นมาทีเดียวลูกทุกคนควรรู้ว่า  แม่นั้น ไม่ต้องเลี้ยงดูเราดีมากก็ได้  ไม่ต้องมีสมบัติมากมายไว้ให้ก็ได้  แค่เขาประคับประคองท้องให้เราเกิดมานี่ ก็ไม่รู้จะทดแทนคุณยังไงแล้ว   แต่พอหลังคลอด นน.ลดลงอาการปวดกลับหายเป็นปลิดทิ้งแล้วก็ไม่เป็นอีกเลย แปลกมาก ....ก็เลยอยากนำเรื่องนี้มาถ่ายทอดให้ทุกท่านได้ รู้กัน

     

 

อ้างอิงภาพจากhttp://www.thaiclinic.com/medbible/plantar_fasciitis.html

 

 

อาการปวดส้นเท้า อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เส้นประสาทถูกกดทับที่ข้อเท้า เส้นเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ กระดูกงอกที่ฝ่าเท้าหรือที่เส้นเอ็นร้อยหวาย กระดูกเท้าบิดผิดรูป โรครูมาตอยด์ โรคเก๊าท์ หรือ กระดูกหัก เป็นต้น

อาการของโรค

 

ผู้ที่เป็นโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ จะมีอาการปวดและกดเจ็บบริเวณส้นเท้า ในระยะแรกอาจเกิดอาการภายหลังการออกกำลังกาย เดิน หรือยืนนาน ๆ แต่ถ้าอาการมากขึ้น ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดส้นเท้าอยู่ตลอดเวลา  ลักษณะเฉพาะของโรคนี้ คือ เมื่อลุกขึ้นเดิน 2–3 ก้าวแรกหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า หรือหลังจากนั่งพักขาเป็นเวลานาน จะรู้สึกเจ็บบริเวณส้นเท้า เนื่องจากเกิดการกระชากของเอ็นฝ่าเท้าที่อักเสบอย่างทันทีทันใด  แต่เมื่อเดินไประยะหนึ่ง  เอ็นฝ่าเท้าจะค่อย ๆ ยืดหยุ่นขึ้น อาการเจ็บส้นเท้าจึงค่อย ๆ ทุเลาลง

 

ใครบ้างเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้

 

  1. ผู้หญิง เนื่องจากไขมันส้นเท้าจะบางกว่า เอ็นและกล้ามเนื้อของน่องและฝ่าเท้าไม่แข็งแรงเท่าผู้ชาย

  2. ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน

  3. อายุมากขึ้น เนื่องจากไขมันบริเวณส้นเท้าจะบางลง ทำให้จุดเกาะของเอ็นฝ่าเท้าบริเวณกระดูก ส้นเท้าได้รับแรงกระแทกมากขึ้น

  4. ผู้ที่ทำงานที่ต้องยืนหรือเดินนาน ๆ บนพื้นแข็ง หรือขรุขระ

  5. ผู้ที่ออกกำลังกายที่หนักเกินไปหรือไม่ได้ยืดกล้ามเนื้อน่องหรือเอ็นร้อยหวาย

  6. มีภาวะฝ่าเท้าแบนหรือโก่งโค้งจนเกินไป

  7. มีความผิดปกติของข้อเท้า ข้อเข่าหรือข้อสะโพก ทำให้การเดินและการลงน้ำหนักผิดไปจากปกติ

  8. มีการใช้รองเท้าที่ไม่ถูกลักษณะ เช่น พื้นรองเท้าบางและแข็งเกินไป

 

 

 

แนวทางการรักษาด้วยตนเอง

 

1.ลดกิจกรรมที่ทำให้ปวด หรือ กิจกรรมที่ต้องลงน้ำหนัก เช่น การยืนหรือ เดินนาน ๆ เป็นต้น และควรออกกำลังที่ไม่ต้องมีการลงน้ำหนัก เช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน

2.บริหารเพื่อยืดกล้ามเนื้อน่อง และ เส้นเอ็นฝ่าเท้า

3.นวดฝ่าเท้า หรือ ใช้ผ้าพันที่ฝ่าเท้าและส้นเท้า

4.ใส่รองเท้าที่เหมาะสม ขนาดพอดีไม่หลวมเกินไป มีพื้นรองเท้าที่นุ่ม และมีแผ่นรองรับอุ้งเท้าให้นูนขึ้น อาจใช้แผ่นนุ่ม ๆ รองที่ส้นเท้า (หนา ½ นิ้ว) เพื่อลดอาการปวด ควรใส่รองเท้าส้นสูงประมาณ 1 – 1.5 นิ้ว หรือ ใช้แผ่นยางสำหรับรองส้นเท้าโดยเฉพาะ เช่น  HeelSoother เป็นต้น

5.หลีกเลี่ยงการเดินด้วยเท้าเปล่า

6.ประคบด้วยน้ำแข็งหรือน้ำอุ่น อาจใช้น้ำแข็งทุบใส่ในถุงพลาสติกแล้วห่อด้วยผ้าขนหนู หรือ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ประคบบริเวณที่ปวดประมาณ 10 - 15 นาที หรือ ประคบด้วยความร้อน 4 นาที สลับกับความเย็น 1 นาที ก็ได้ อาจใช้ครีมนวดแก้ปวด ก็ได้แต่ต้องระวังอย่านวดแรงเพราะจะทำให้กล้ามเนื้อฟกช้ำมากขึ้นไป

7.ถ้าปวดมาก ให้รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซ็ตตามอล ประคบด้วยความร้อน หรือใช้ยานวด

8.ลดน้ำหนัก

 

                อย่างไรก็ตามหากมีอาการแล้วควรรีบปรึกษาแพทย์  เพราะหากปล่อยไว้เรื้อรัง อาการจะมากขึ้น  การรักษา ต้องนานขึ้น  กว่าจะหายขอบอกทรมานเป็นปี 

                อีกอย่างอย่าเหนียวเรื่องรองเท้า  เอาชลัญเป็นตัวอย่าง   เลือกซื้อรองเท้าที่ support เท้าให้มากที่สุด ในวิชาชีพที่ต้องยืนนานๆ เช่น พบ ครู เป็นต้น  อย่าเห็นเพียงความสวยชั่วครู่แล้วทุกข์ภายหลัง  นะจ๊ะ

 

 

ด้วยความห่วงใย

HeelSoother เยี่ยมชมแฟนเพจได้ที่ HeelSoother Fanpage

 อ้างอิง: 

 http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=843

http://www.thaiclinic.com/medbible/plantar_fasciitis.html

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ และวิธีการบำบัด

เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ

เอ็นฝ่าเท้าอักเสบหมายถึงเอ็นที่ยึดระหว่างส้นเท้า และกรดูกนิ้วเกิดการอักเสบ ทำให้ปวดฝ่าเท้าเมื่อตื่นลุกขึ้นในตอนเช้า และก้าวเท้าลงพื้น และเกิดอาการปวดบริเวณฝ่าเท้า และส้นเท้าแต่หลังจากเดินไป 3-4 ก้าวอาการปวดดีขึ้น แสดงว่าคุณเป็นโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบหรือที่เรียกว่า plantar fasciitis หมายถึงคุณได้ใช้เท้าทำงานมากเกินไป มีการดึงรั้งของเอ็นใต้ฝ่าเท้า การวินิจฉัยทำได้โดยการซักประวัต ิและตรวจร่างกาย
กลไกการเกิดโรค
เอ็นฝ่าเท้าจะยึดระหว่างส้นเท้าและนิ้วเท้ามีหน้าที่รักษารูปทรงของเท้า และทำหน้าที่เหมือนสปริงสำหรับการลดแรงกระแทกเวลาเดินหรือวิ่ง และยังทำหน้าที่เป็นแรงส่งเมื่อเวลาวิ่ง
โครงสร้างของฝ่าเท้าประกอบไปด้วยเอ็นซึ่งเกาะกับกระดูกส้นเท้า(calcaneus)ไปยังนิ้วเท้าเราเรียกเอ็นนี้ว่า planta fascia เอ็นฝ่าเท้ามีหน้าที่รักษารูปทรงของเท้า และทำหน้าที่เหมือนสปริงสำหรับการลดแรงกระแทกเวลาเดินหรือวิ่ง และยังทำหน้าที่เป็นแรงส่งเมื่อเวลาวิ่ง
อลงมาดูภาพแสดงตำแหน่งของเอ็นฝ่าเท้าซึ่งเปรียบเสมือนสปริง เอ็นนี้จะได้รับแรงยึดมากที่สุดในขณะที่เดินเมื่อนิ้วหัวแม่เท่ากำลังเหยียดสุดๆ บริเวณที่ได้รับแรงดึงมากที่สุดคือตำแหน่งที่เอ็นเกาะติดกับกระดูกส้นเท้า ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มกระดูกบริเวณส้นเท้าซึ่งทำให้ปวดเวลายืนหรือเดิน เมื่ออักเสบเรื้อรังก็จะเกิดกระดูกงอก exostosis (bone spur)ซึ่งดังวงกลมในรูป
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค
  • ผู้หญิง
  • น้ำหนักเกิน
  • ทำงานที่ต้องยืนหรือเดินบนพื้นแข็งๆ
  • ออกกำลังกายวิ่งโดยที่ไม่ได้มีการยืดกล้ามเนื้อน่อง
  • ฝ่าเท้าแบน หรือฝ่าเท้าโค้งเกินไป
  • ท่าการเดินผิดไปคือเดินแบบเป็ด
  • การใช้รองเท้าที่ไม่ถูกลักษณะ
อาการ
จะเริ่มต้นด้วยอาการปวดฝ่าเท้าเล็กน้อยแรกๆจะปวดหลังออกกำลังกาย ต่อมาจะปวดเวลาเดินหลังจากตื่นนอนเมื่อเดินไปสักพักอาการปวดจะดีขึ้น แต่หากเป็นมากจะปวดกลางวันร่วมด้วย การตรวจร่างกายพบว่าถ้ากดบริเวณกระดูกส้นเท้าดังรูปจะทำให้เกิดอาการปวดหากไม่รักษา อาจจะทำให้เกิดโรคข้อเท้า เข่าหรือหลังเนื่องจากทำให้การเดินผิดปกติ
การรักษา
  • เมื่อมีอาการปวดให้พักการใช้งานหนักจนกระทั่งอาการปวดดีขึ้น
  • ให้ลดน้ำหนักจนอาการปวดดีขึ้น
  • การผ่าตัดแก้ไขความพิการของเท้าเช่นฝ่าเท้าแบนราบหรือโค้งเกินไป
  • ใช้ขวอใส่น้ำแช่จนแข็งประคบน้ำแข็งครั้งละ 20 นาทีวันละ 3 ครั้งเพื่อลดอาการอักเสบ
  • แพทย์จะให้ยากลุ่ม NSAID เช่น ibuprofen เพื่อลดการอักเสบบางรายอาจจะต้องให้นาน 6-8 สัปดาห์
  • การฉีดยา steroid จะสงวนไว้ในรายที่ดื้อต่อการรักษาเบื้องต้นเพราะจะทำให้เกิดการอ่อนแอของเอ็นซึ่งอาจจะทำให้เอ็นขาด
  • ใส่รองเท้าที่มีแผ่นรองกันการกระแทกโดยแผ่นดังกล่าวจะหนาด้านในและบางส่วนด้านนอก
  • บริหารเอ็นร้อยหวายและเอ็นฝ่าเท้าที่บ้าน
  • การนวดฝ่าเท้า
ยืนห่างจากโต๊ะหรือกำแพง 24 นิ้ว ก้าวเท้ามาข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วย่อสะโพกและเข่าลง จะทำให้รู้สึกตึงบริเวณกล้ามเนื้อน่อง เอ็นร้อยหวายและเอ็นฝ่าเท้า ให้ทำแต่ละครั้งนาน 10 วินาทีทำ 20 ครั้ง
ยืนห่างกำแพง 24 นิ้วมือยันกำแพง ส้นเท้าทั้งสองข้างติดพื้น โน้มตัวไปข้างหน้าจะมีอาการตึงกล้ามเนื้อน่อง เอ็นร้อยหวายและเอ็นฝ่าเท้าทำแต่ละครั้งนาน 10 วินาทีทำ 20 ครั้ง
ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้นใน 2-3 เดือน หากไม่ดีแพทย์จะทำการฉีดยา steroid เข้าบริเวณเอ็นฝ่าเท้า
โรคที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิง siamhealth

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

อาการเอ็นฝ่าเท้าอักเสบเกิดจากสาเหตุอะไร มีวิธีแก้ไขอย่างไร

อาการเอ็นฝ่าเท้าอักเสบเกิดจากสาเหตุอะไร มีวิธีแก้ไขอย่างไร


     เมื่อพูดถึงอาการ "เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ" คำนี้อาจจะคุ้นหูใครหลายคน แต่เชื่อเถอะว่า หลายคนก็ไม่ทราบว่า อาการนี้เกิดจากสาเหตุอะไร แล้วถ้าเป็นขึ้นมาจะแก้ไขได้อย่างไร สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบที่แท้จริง ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเป็นเพราะความเสื่อมในจุดที่เส้นเอ็น ฝ่าเท้าเกาะกับกระดูก
     เส้นเอ็นฝ่าเท้าจะเกาะอยู่ระหว่างส้นเท้ากับนิ้วเท้า เมื่อเส้นเอ็นหรือกระดูกบริเวณส้นเท้าได้รับแรงที่มากเกินไป เช่น การยืนหรือเดินนาน ๆ น้ำหนักตัวมาก อุบัติเหตุ หรือใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม ฯลฯ ทำให้เส้นเอ็นฝ่าเท้าอักเสบได้
ทั้งนี้ อาการเอ็นฝ่าเท้าอักเสบมักพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยกลางคน ผู้ที่มีความอ้วน หรือมีรูปเท้าผิดปกติ จะมีอาการปวดแบบตื้อๆ หรือปวดอย่างรุนแรง ถ้ากระดกข้อเท้าขึ้นหรือกดที่ส้นเท้า จะปวดมากขึ้น

วิธีรักษาด้วยตนเองอย่างง่ายคือ
1. ควรลดกิจกรรมที่ทำให้ปวด เช่น การยืนหรือ เดินนาน ๆ เป็นต้น
2. ควรออกกำลังที่ไม่ต้องมีการลงน้ำหนัก เช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน
3. หากมีเวลาควรบริหารเพื่อยืดกล้ามเนื้อน่อง และเส้นเอ็นฝ่าเท้า
4. นวดฝ่าเท้า หรือใช้ผ้าพันที่ฝ่าเท้าและส้นเท้า
5. ใส่ใจกับการเลือกรองเท้าที่เหมาะสม ขนาดพอดีไม่หลวมเกินไป มีพื้นรองเท้าที่นุ่ม และมีแผ่นรองรับอุ้งเท้าให้นูนขึ้น อาจใช้แผ่นนุ่ม ๆ รองที่ส้นเท้า เพื่อลดอาการปวด ควรใส่รองเท้าส้นสูงประมาณ 1–1.5 นิ้ว หรือใช้แผ่นยางสำหรับรองส้นเท้าโดยเฉพาะ
6. หลีกเลี่ยงการเดินด้วยเท้าเปล่า
7. ประคบด้วยน้ำแข็งหรือน้ำอุ่น อาจใช้น้ำแข็งทุบใส่ในถุงพลาสติกแล้วห่อด้วยผ้าขนหนู หรือ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ประคบบริเวณที่ปวดประมาณ 10-15 นาที หรือ ประคบด้วยความร้อน 4 นาที สลับกับความเย็น 1 นาที ก็ได้ อาจใช้ครีมนวดแก้ปวดก็ได้ แต่ต้องระวังอย่านวดแรงเพราะจะทำให้กล้ามเนื้อฟกช้ำมากขึ้นไป
8. ถ้าปวดมาก ให้รับประทานยาแก้ปวด ประคบด้วยความร้อน หรือใช้ยานวด
9. ท้ายสุดให้พิจารณารูปร่างตัวเอง หากอ้วนเกินไปควรลดน้ำหนัก

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โรงงานต้นแบบ วิจัยและผลิต ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยาง

เราคือโรงงานต้นแบบ วิจัยและผลิต ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยาง สามารถ ติดต่อ สอบถาม และร่วมงานกับเราได้ที่ บจก. รับเบอส์ อินโนเทค เลขที่ 15 อาคารสตางค์มงคลสุข คณะวิศวกกรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ถ.กาญจนวณิชย์ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เยี่ยมชมเว็บไซด็โรงงานได้ที่ heelsoother และเยี่ยมชมแฟนเพจ ยางรองส้นเท้า




วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ปวดเท้า (Foot pain)


ปวดเท้า (Foot pain)


การเตรียมตัวก่อนพบแพทย์



ปวด/เจ็บเท้า เป็นอาการพบบ่อยในทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ สาเหตุที่ทำให้ปวดเท้าที่พบบ่อย คือ ใส่รองเท้าไม่เหมาะสม รัด หรือ หลวมเกินไป ใช้เท้ามากเกินเหตุโดยไม่ได้พักเท้า มีตาปลา หรือมีหูดที่เท้า มีรูปเท้าผิดปกติตั้งแต่เกิด ฝ่าเท้าแบนผิดปกติ

สาเหตุอื่นที่พบได้ คือ เอ็น และ/หรือเนื้อเยื่อต่างๆของเท้าอักเสบจากใช้เท้ามากเกินเหตุ มีโรคข้ออักเสบเรื้อรังจากสาเหตุต่างๆ เช่น โรคข้อรูมาตอยด์ โรคเกาต์ มีปุ่มกระดูกงอกที่เท้า (มักพบในผู้สูงอายุ) ภาวะกระดูกร้าวจากใช้งานเท้ามากเกินไป (Stress fracture) จากปลายประสาทอักเสบ เช่น จากโรคเบาหวาน จากเท้าขาดเลือดจากปัญหาการไหลเวียนโลหิต เช่น โรคหลอดเลือดขอดของขา หรือจากโรคหลอดเลือดอักเสบหรือแข็ง เช่น ในโรคเบาหวาน นอกจากนี้ คือการแบกรับน้ำหนักของเท้าจากโรคอ้วนหรือน้ำหนักตัวเกิน

การดูแลตนเองเมื่อมีอาการ ปวดเท้า คือ

·         พักการใช้งานเท้าจนกว่าอาการจะดีขึ้น
·         หลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักบนเท้า
·         พันผ้ายืด (Elastic bandage) รอบเท้าเพื่อช่วยพยุงเท้า
·         เลือกใช้รองเท้าที่เหมาะสมกับการใช้งาน
·         ยกเท้าให้สูงเมื่อนั่ง หรือนอน
·         กินยาแก้ปวดพาราเซตามอล (Paracetamol)

ควรพบแพทย์/แพทย์โรคกระดูกเมื่อ

·         ดูแลตนเองในเบื้องต้นแล้วอาการปวดเท้าไม่ดีขึ้นภายใน 3-4 วัน
·         เจ็บ/ปวดเท้ามากขึ้นเรื่อยๆ
·         เท้าบวม
·         นิ้วเท้าสีเขียวคล้ำ และ/หรือเท้าเย็นผิดปกติ
·         เท้ามีอาการของการอักเสบ (ปวด บวม แดง ร้อน อาจมีไข้)
·         อาการปวดเท้าเกิดหลังมีอุบัติเหตุ เพราะอาจมีกระดูกเท้าร้าวได้
·         เมื่อเป็นโรคเบาหวาน เพราะอาจเป็นผลข้างเคียงจากโรค เช่น ปลายประสาทอัก เสบ และ/หรือหลอดเลือดเท้าอักเสบ



วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

หายปวดเท้าได้ไม่ต้องพึ่งหมอ

 
ยางรองส้นเท้า Heelsoother ( heel cushion ) เป็นอุปกรณ์รองส่วนส้นเท้าเพื่อลดแรงกระแทกที่บริเวณส้นเท้า เพื่อรักษาอาการปวดเท้าโดยไม่ต้องหาหมอ และไม่ต้องใช้ยา หรือทำกายภาพบำบัด ซึ้งสามารถลดแรงกระแทกที่ส้นเท้าได้ 57% และ สามารถลดแรงกระแทกที่ส้นเท้าด้านในได้ 71% ซึ่งเป็นบริเวณที่คนส่วนใหญ่มีอาการปวด จากการวิจัย พบว่า หลังจากสวมใส่ยางรองส้นเท้าไปซักระยะ อาการปวดส้นเท้า ปวดข้อเท้า ปวดหน้าแข้ง ปวดเข่า ปวดสะโพก ปวดเอว ปวดหลัง ปวดเท้า ลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากแรงกระแทกที่ได้รับจากบริเวณส้นเท้าลดลง
สนใจสั่งซื้อได้ที่ www.heelsoother.com และเยี่ยมชมแฟนแพจได้ที่www.facebook.com/heelsoother
HeelSoother (heel cushion) as the heel pad to minimize the impact on the heel. To treat foot pain without having a doctor. And without medication Or rehab Which can reduce the impact on the heel by 57% and reduce the impact on inner heels by 71%, which is the area that most people have pain from the researchers found that after wearing a HeelSoother heel pain, ankle pain, shin pain, knee pain, hip pain, lumbar back pain, foot pain decreased significantly. Due to the impact from the heel down.
Order it in the www.heelsoother.com and visiting fans on.www.facebook.com/heelsoother






วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ออกไปวิ่งกันบ้างนะครับ

ช่วงนี้อากาศดี แนะนำให้ออกไปวิ่งกันนะครับ แล้วอย่าลืม สวมใส่ยางรองส้นเท้า (heel cushion) Heelsoother ของเรา เพื่อปกป้องส้นเท้าคุณ ได้มากถึง 57% และปกป้องส้นเท้าด้านใน ได้ถึง 71% ซึ่งเป็นพื่นที่ที่บอบบางต่ออาการเจ็บปวด
โดย ยางรองส้นเท้าเยี่ยมชมแฟนเพจได้ที่ แฟนเพจยางรองส้นเท้า